มะม่วง

posted on 22 Jul 2009 12:07 by bachank2009 in knowlage
มะม่วงจ้าๆๆๆๆ.......... อ่านแล้วอย่าน้ำลายไหลนะ...
มะม่วงน้ำปลาหวาน+กะปิ

 

ประโยชน์ของมะม่วง (Mango)

                   มะม่วง ผลไม้ยอดฮิตที่นิยมบริโภคตลอดปี ไม่ว่าจะบ้านไหน เรือนไหนก็นิยมปลูกกันไว้ในรั้วบ้าน มะม่วงนอกจากจะนำมารับประทานได้หลายรูปแบบแล้วยังเป็นไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาได้เป็นอยางดี ส่วนอื่นๆ ก็นำมาใช้ประโยชน์ได้ อาทิ ใบ ดอกมะวม่วง มีวิตามินเอและซีสูง และยังมีสารอาหารอื่นๆ อีก เรียกได้ว่า มะม่วงลูกหนึ่งมีสารอาหารเกือบครบเลยทีเดียว โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อาจหายไปได้โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เพราะมะม่วงก็มีสรรพคุณทางยาสมุนไพรมากเหมือนกัน

ชื่ออื่น ขุ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี)  แป (ละว้า-เชียงใหม่)  โคกแล้ะ (ละว้า-กาญจนบุรี)  เจาะ ช้อก ซ้อก (ชอง-จันทบุรี)  เปา (มลายู-ภาคใต้)  สะวาย (เขมร)  ส่าเคาะส่า  สะเคาะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)  มะม่วงบ้าน (ทั่วไป)  มะม่วงสวน (ภาคกลาง)

ชื่อวิทยาศาสตร์  Mangifera indica Linn.

วงศ์  ANACARDIACEAE

ลักษณะ  มะม่วงเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูง เปลือกต้นหนาสีเทาขรุขระแตกเป็นเกร็ดๆ แตกกิ่งก้านสาขาออกไปรอบต้นมากมาย

ใบ  เป็นไม้ใบเดี่ยว ลักษณะของใบเรียวแหลม คล้ายรูปหอก กว้าง 2-9 ซ.ม. ยาว 10-30 ซ.ม. ใบหนารอบใบเรียบ

ดอก ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ช่อหนึ่งมีประมาณ 15-20 ดอก แต่ละช่อมีดอกย่อยถึง 3000 ดอก มีสีเหลืองอ่อน มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีกลีบดอก 5 กลีบ

ผล มีรูปร่างคล้ายรูปไต ผลดิบมีสีเขียว ผลสุกมีสีเหลืองและรสหวาน หนึ่งผลมีเมล็ดเดียว ลักษณะแบน เป็นรูปไข่รีขนาดใหญ่

ส่วนที่ใช้  เมล็ด ผล ใบ เปลือกลำต้น 

สรรพคุณทางยาสมุนไพร

เมล็ดสด ๆ  มารับประทาน หรือนำมาโรยเกลือ รับประทานเพื่อขับปัสสาวะหรือแก้บวมน้ำ เนื้อในเมล็ดใช้แก้ท้องร่วง

ผลมะม่วง นำมาคั้นรับประทานเป็นยาขับปัสสาวะหรือร้อนใน แก้คลื่นไส้ แก้บิดถ่ายเป็นเลือด และใช้เป็นยาบำรุงกระเพาะอาหาร

ใบมะม่วง นำมาพอประมาณต้มรับประทานแก้ซางตานขโมยในเด็ก แก้ลำไส้อักเสบ หรือใช้ใบสดๆ ตำพอกบริเวณที่เป็นแผลสด จะเป็นยาสมานแผลสดได้ดีที่เดียว

เปลือกลำต้นมะม่วง ใช้เปลือกสดๆ มาต้มรับประทานเป็นยาแก้โรคคอตีบ เยื่อปากอักเสบ จมูกอักเสบ

คุณค่าทางอาหาร

มะม่วงดิบมักออกรสเปรี้ยว เอาไปทำของคาวได้หลายอย่าง ที่เห็นบ่อยมากคือ นำไปจิ้มน้ำพริก ใช้ยำ หรือผสมอาหารที่มีรสเปรี้ยวแทนมะนาว เช่น ยำมะม่วง น้ำพริก ต้มยำ

ในส่วนที่นำไปเป็นของว่างนั้น มะม่วงดิบรับประทานเป็นมะม่วงน้ำปลาหวาน เมี่ยงส้ม มะม่วงสุกที่มีรสหวาน นำมารับประทานกับข้าวเหนียว กวนเป็นแผ่น หรือนำมาคั้นเป็นน้ำผลไม้

มะม่วงอุดมด้วยฟอสฟอรัส และแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันไม่ให้เปราะหักง่าย นอกจากนั้นยังมีวิตามินซีอยู่ในปริมาณมาก ช่วนเสริมสร้างภูมิคุ้นกันให้แข็งแรง ป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาโรคเลือดออกตามไรฟัน โรคหวัด และมีวิตามินบี 1 ป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด

 

คุณค่าทางโภชนาการและอาหารในส่วนที่รับประทานได้ 100 กรัม

พลังงาน                  67            แคลอรี่

โปรตีน                   0.5         กรัม

ไขมัน                     0.2          กรัม

คาร์โบไฮเดรต         15.7           กรัม

ใยอาหาร                2.4            กรัม

แคลเซียม               14.00            มิลลิกรัม

ฟอสฟอรัส              2            มิลลิกรัม

เหล็ก                       มีน้อยมาก

เบต้าแคโรทีน            37           ไมโครกรัม

วิตามีนบี 1               0.05         มิลลิกรัม

วิตามีนบี 2               0.02         มิลลิกรัม

ไนอะซีน                 0.2         มิลลิกรัม

วิตามีนซี                  35          มิลลิกรัม 

ที่มา : หนังสือ คัมภีร์แพทย์สมุนไพร ผลไม้สมุนไพรและพืชผักสวนครัว

 

มะพร้าว

posted on 22 Jul 2009 11:16 by bachank2009 in knowlage

 

 

คุณประโยชน์จากมะพร้าว

                           มะพร้าว เป็นต้นไม้ที่มากด้วยสรรพคุณ แต่มีคนจำนวนไม่มากนักที่เล็งเห็นคุณค่าและนนำทุกส่วนของต้นมะพร้าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุมค่าที่สุด อ. วิรัตน์ สิงจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมุ่น้าไพรและอาหารประจำศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ. สมุทรสงคราม เผยถึงประโยชน์ของมะพร้าวว่า ส่วนใหญ่เรามักจะเน้นในเรื่องของอาหาร ทั้งที่ในความจริงแล้วมะพร้าวมีประโยชน์มากมาย เช่น ในสมัยโบราณนิยมให้สตรีมีครรภ์ดื่มมะพร้าวอ่อนมากๆเพื่อช่วยให้ทารกที่เกิดใหม่เนื้อตัวสะอาด ผิวดี ซึ่งว่าที่คุณแม่บางคนยังยึดถือปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบันสำหรับสาวๆที่มีผิวแห้ง หยาบกร้าน น้ำมันมะพร้าวสามารถนำมาทาผิวให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวได้เป็นอย่างดีเพียงชโลมน้ำมันมะพร้าวให้ผิวกายเป็นประจำหลังอาบน้ำ และน้ำมันมะพร้าวยังมีสรรพคุณในการรักษาผิวแตกบริเวณส้นเท้า ซึ่งเป็นบริเวณที่จะแตกมากกว่าส่วนอื่น บางคนเป็นมากถึงขั้นแตกเป็นริ้วๆและมีอาการเจ็บจนไม่อยากเดินวิธีรักษาส้นเท้าแตกแบบง่ายๆ เพียงทาน้ำมันมะพร้าวบริเวณส้นเท้าที่แตกให้ชุ่มนำผ้าที่สะอาดมาพันรอบบรีเวณดังกล่าว เพื่อให้น้ำมันซึมเข้าภายในและทิ้งไว้ทำเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน รอยแตกที่แยกออกก็จะหายกลับเป็นเหมือนเดิม ส่วนผู้ที่มีปัญหาเส้นผมแตกปลาย หรือผมหงอกก่อนวัย ก็ให้ใช้น้ำมันมะพร้าวหมักประมาณ 15-20 นาที ก่อนสระผม ทำเช่นนี้เป็นประจำ เส้นผมจะนุ่มไม่แห้งฟู และดกดำเป็นเงางาม

 

 

[แก้] ประโยชน์

มะพร้าวสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น

  • ในผลมะพร้าวอ่อนจะมีน้ำอยู่ภายใน เรียกว่าน้ำมะพร้าว ใช้เป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ได้ เนื่องจากอุดมไปด้วยโพแทสเซียม นอกจากนี้น้ำมะพร้าวยังมีคุณสมบัติปลอดเชื้อโรค และเป็นสารละลายไอโซโทนิก (สารละลายที่มีความเข้มข้นเท่ากับภายในเซลล์ ซึ่งไม่ทำให้เซลล์เสียรูปทรง) ซึ่งด้วยเหตุนี้จึงสามารถนำน้ำมะพร้าวไปใช้ฉีดเข้าหลอดเลือดเวน (หลอดเลือดดำ) ในผู้ป่วยที่มีอาการขาดน้ำหรือปริมาณเลือดลดผิดปกติได้
  • น้ำมะพร้าวสามารถนำไปทำวุ้นมะพร้าวได้ โดยการเจือกรดอ่อนเล็กน้อยลงในน้ำมะพร้าว
  • เนื้อในของมะพร้าวแก่ นำไปทำกะทิได้ โดยการขูดเนื้อในเป็นเศษเล็ก ๆ แล้วบีบเอาน้ำกะทิออก
  • กากที่เหลือจากการคั้นกะทิ ยังสามารถนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ได้
  • ยอดอ่อนของมะพร้าว หรือเรียกอีกชื่อว่า หัวใจมะพร้าว (coconut's heart) สามารถนำไปใช้ทำอาหารได้ ซึ่งยอดอ่อนมีราคาแพงมาก เพราะการเก็บยอดอ่อนทำให้ต้นมะพร้าวตาย ด้วยเหตุนี้จึงมักเรียกยำยอดอ่อนมะพร้าวว่า 'สลัดเจ้าสัว' (millionaire's salad)
  • ใยมะพร้าว นำไปใช้ยัดฟูก ทำเสื่อ หรือนำไปใช้ในการเกษตร
  • น้ำมันมะพร้าว ได้จากการบีบหรือต้มกากมะพร้าวบด นำไปใช้ในการปรุงอาหารหรือนำไปทำเครื่องสำอางก็ได้ และในปัจจุบันยังมีการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันมะพร้าวอีกด้วย
  • กะลามะพร้าว นำไปใช้ทำสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เช่น กระบวย โคมไฟ กระดุม ซออู้ ฯลฯ
  • ก้านใบ หรือทางมะพร้าว ใช้ทำไม้กวาดทางมะพร้าว
  • จั่นมะพร้าว(ช่อดอกมะพร้าว)ให้น้ำตาล

http://www.school.net.th/library/create-web/10000/generality/10000-5441.html

กีวี่

posted on 22 Jul 2009 11:12 by bachank2009 in knowlage

 

ลูกกีวี(kivifruit)มีบทบาทป้องกันมะเร็ง

                      ลูกกีวีอุดมอ้วยวิตามินซี ทุก 100 กรัมของเนื้อลูกกีวี มีวิตามินซี 100-300 กว่ามิลิกรัม มากกว่าแอปเปิ้ล 20-80 เท่าทีเดียว และสูงกว่าส้ม 5-10 เท่า เนื่องจากวิตามินซีสามารถยับยั้งสารก่อมะเร็ง ที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ลูกกีวีจึงถือเป็นผลไม้ป้องกันโรคมะเร็งได้ ตำราการแพทย์แผนโบราณของจีนบันทึกว่า ลูกกีวีสามารถบำรุงร่างกาย แก้ร้อนใน ช่วยระบายปัสสาวะ บำรุงกระเพาะอาหาร ลูกกีวีสามารถป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็งเป็นต้น

http://thai.cri.cn/1/2005/12/21/21@59122.htm

ส้มโอ

posted on 22 Jul 2009 11:08 by bachank2009 in knowlage
 

                     ส้มโอนับเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมาก แคลเซียมสูง ผลจะนำมารับปรานกันเมื่อสุกแล้วนำมาปรุงอาหารได้ เช่น ยำส้มโอ เปลือกมีรสขมนิยมนำมาชาอิ่ม ประเทศจีนนิยมนำมาใช้เป็นยาแก้ธาตุไม่ปกติ และแก้ไอ ใช้ผสมยาหอมรับประทาน

ชื่ออื่น สีมาบาลี (มลายู-ยะลา)  สังอู (กระเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)  มะขุน มะโอ (ภาคเหนือ)  โกร๊ยตะลอง (เขมร)  อิ่ว (จีน)

ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus maxima Merr.

วงศ์  RUTACEAE

ลักษณะ  ส้มโอเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 8-9 เมตร ลำต้นมีสีน้ำตาล

ใบ มีใบเดี่ยว รูปมนรี ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบมนเช่นเดียวกับโคนใบ

ดอก ออกดอกเดี่ยว หรือเป็นช่อ อยู่ตามง่ามใบ มีสีขาว มีกลีบดอก 4 กลีบ

ผล รูปร่างกลมโต เปลือกหนามีต่อมน้ำมันมาก ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่หรือสุกมีสีเหลือง ขนาดผลยาวประมาณ 9-10 ซ.ม. เนื้อในมีสีเหลืองอ่อนและสีชมพูมีรสหวานอมเปรี้ยว มีเมล็ดฝังอยู่ในเนื้อสีเหลืองอ่อนๆ

ส่วนที่ใช้ ผล เปลือกผล ใบ ดอก เมล็ด ราก

 

http://lifestyle.kingsolder.com/health/herbs.asp?id=659&no=1

สัปปะรด

posted on 22 Jul 2009 11:00 by bachank2009 in knowlage

 

สับปะรด เป็นผลไม้อมหวานอมเปรี้ยว ที่สามารถนำไปทำอาหารทั้งคาว และหวานได้อร่อยหลายชนิด และให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ร่างกายมากมายโดยที่คุณอาจไม่รู้

                 หากเรากินสับปะรด หลังอาหาร เราจะรู้สึกเบาสบายท้องและไม่อึดอัด เพราะสับปะรดมีความสามารถในการช่วยย่อย โดยเฉพาะในสารอาหารโปรตีน  เราจึงเห็นคนส่วนใหญ่ใช้สับปะรดในการหมักเนื้อสัตว์ต่างๆ ให้นุ่มขึ้น รวมถึงสับปะรดอุดมไปด้วยวิตามินซีสูงจึงช่วยเสริมสุขภาพ และภูมิต้านทานโรคได้ดีขึ้น

                     กินสับปะรดบ่อยๆ ทำให้สุขภาพดี ไม่ค่อยเป็นหวัด และในสับปะรดยังมีโพแทสเซียมสูงที่ช่วยป้องกันการเป็นตะคริวและลดความดันได้

               นอกจากนี้สับปะรดยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้เป็นอย่างดี  ส่วนปริมาณที่เหมาะสมของสับปะรด ในการบริโภคก็คือ 100 กรัมต่อวัน และควรกินสับปะรดสดๆ โดยไม่ผ่านการประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนเพื่อป้องกันการสูญเสียวิตามินต่างๆ ไป เพื่อสุขภาพ ที่ดีของคุณ

                 ผลไม้ธรรมดาๆ หาทานได้ทั่วไปชนิดนี้มีสรรพคุณทางยาด้วย เพราะสามารถช่วยแก้อาการอาหารไม่ย่อยได้อย่างชงัด ทั้งนี้เพราะในสับปะรดมีเอนไซม์ตามธรรมชาติที่มีชื่อว่า บรอมีเลน ที่สามารถช่วยย่อยอาหารได้ทั้งในสภาวะเป็นกรดและด่าง จึงเหมาะมากที่จะพาไปช่วยย่อยในกระเพาะซึ่งเป็นกรด

                          ก่อนจะตามไปย่อยต่อในลำไส้เล็กซึ่งเป็นด่าง และถ้าจะให้ดีก็เอาสับปะรดสุกปั่นกับมะละกอสุกๆ ชิ้นประมาณเท่าฝ่ามือ ก็จะทำให้ได้เครื่องดื่มที่มีสรรพคุณช่วยย่อยเป็นสองแรง เพราะในมะละกอมีน้ำย่อยธรรมชาติอีกตัว ชื่อ ปาเปน เจอเข้าไปสองขนานก็จะช่วยให้การย่อยมีพลังมากยิ่งขึ้น สามารถดื่มหลังอาหารที่หนักไปทางเนื้อสัตว์ที่อาจทำให้รู้สึกแน่นท้อง อาหารไม่ย่อยได้

                        หลายประเทศมีการสกัดเอนไซม์บรอมีเลนจากสับปะรดไปใช้เพื่อช่วยให้แผลผ่าตัดทุเลาเร็วขึ้น รวมทั้งลดอาการอักเสบ แผลบวมหรืออาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา รวมทั้งมีการทดลองใช้บรรเทาอาการอักเสบจากริดสีดวงทวาร อาการเกี่ยวกับเส้นเลือดดำ โรคกระดูก และข้ออักเสบ รูมาตอยด์ เก๊าท์ และอาการปวดประจำเดือน นอกจากนี้มีงานวิจัยที่พบด้วยว่า ด้วยฤทธิ์ย่อยโปรตีนอย่างเป็นธรรมชาติของบลอมีเลนนี่เอง ที่ทำให้เมื่อบรอมีเลนดูดซึมเข้ากระแสเลือดอาจช่วยลดการเกาะกันเป็นลิ่มเลือดของเกล็ดเลือดใหนหลอดเลือดแดง ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกหลายชนิด สับปะรด ผลไม้ธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
http://women.mthai.com/views_Help-Health_11_47_12197_1.women

แตงโม

posted on 22 Jul 2009 10:54 by bachank2009 in knowlage

 

 

แตงโม

                ทำให้สุขภาพแข็งแรง - - แตงโมมีสารที่เรียกว่า lycopene ที่มีแอนตี้ออกซิเดนท์
และช่วยในการบำรุงหัวใจ รวมถึงมะเร็ง สารนี้มีอยู่มากในมะเขือเทศเช่นกัน
แต่เมื่อเทียบกันแล้ว แตงโมมีมากกว่าถึง 40 เปอร์เซ็นต์

วิตามินซี - - แตงโมเสี้ยวใหญ่ๆ จะเต็มไปด้วยวิตามินซีที่จำเป็นต่อร่างกายของเรา


   ป้องกันการติดเชื้อ - - การดื่มน้ำแตงโมช่วยเพิ่มเบต้าแคโรทีน ซึ่งร่างกายใช้ในการสร้างวิตามินเอ
และการมีวิตามินเอมากๆ ก็จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้

แผลหายเร็ว
- - แตงโมเป็นผลไม้ที่มี citrulline อยู่มาก สารตัวนี้จะช่วยในการรักษาแผนได้เร็ว
อย่าดื่มแต่น้ำแตงโม ให้กินเนื้อมันเข้าไปด้วย โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นสีขาวอยู่ลึกลงไป
แม้รสชาติจะไม่หวาน แต่มีประโยชน์ทีเดียวนะ

คลายเครียด - - แตงโมเต็มไปด้วยโพแทสเซียม ที่จะช่วยควบคุมอัตราความดันโลหิต
เรียกว่ากินแล้วจะอารมณ์ดี ยิ่งกินแบบเย็นๆ ยิ่งสบายใจ

ลดความอ้วน - - ในแตงโมมีแคลอรี่แค่ 96 แคลอรี่เท่านั้น และการกินแตงโมที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำ
ทำให้เราอิ่มได้เร็ว และไม่ต้องกินอาหารอื่นอีก เรียกว่าแตงโมนี่มีประโยชน์มากมายมหาศาลจริงๆ เนอะ

ข้อมูลจาก http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?